Showing posts with label น้องหมา. Show all posts
Showing posts with label น้องหมา. Show all posts

น้องหมาพันธุ์พุดเดิ้ล

                                                                                       

พุดเดิ้ล (Poodle)  สายพันธุ์นี้ ได้ชื่อว่าเป็นน้องหมา ที่มีความนิยมอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ ลักษณะนิสัยของสายพันธุ์นี้ขึ้นชื่อว่าฉลาด ฝึกง่าย สอนง่าย ขี้อ้อน และประจบเก่งเป็นที่สุด แถมยังอดทนไม่ขี้แย เลี้ยงง่าย แม้จะปากเปราะไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นหมาที่เห่าไม่รู้เรื่อง พุดเดิ้ลแบ่งเป็น 3 สายพันธุ์แต่ในบ้านเราที่นิยมเลี้ยงที่สุดคือ พุดเดิ้ลทอย มันกลายเป็นหวานใจตัวน้อยๆของหลายๆ ครอบครัว เพราะขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แถมยังมีลักษณะเป็นเหมือนเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต สดใสมีชีวิตชีวา มีนิสัยรักสวยรักงาม ชอบเสริมสวย ชอบเที่ยว และเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้เร็ว

  ประวัติ
    ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีกำเนิดในประเทศใด บางข้อมูลกล่าวว่ามีกำเนิดในประเทศเยอรมัน โดยรู้จักกันในนาม Pudle แต่บางท่านกล่าวว่า Poodle เป็นสุนัขประจำชาติของฝรั่งเศสโดยชาวฝรั่งเศสมักนิยมใช้สุนัขพันธุ์นี้ในการคาบสิ่งของ หรือฝึกแสดงในละครสัตว์ และชอบที่จะตัดแต่งทรงขนซึ่งมีลักษณะหยิกแน่นเป็นขดเป็นทรงต่างๆตามแฟชั่น เป็นที่โปรดปราน แก่บรรดาคุณหญิงคุณนายชาวฝรั่งเศสกันมาช้านาน
       พุดเดิ้ล (Poodle) มีถิ่นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนีตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 แต่ไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าต้นกำเนิดจริงๆ เป็นประเทศเยอรมนีหรือประเทศฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ประเทศต่างนิยมเลี้ยง พุดเดิ้ล ไว้เพื่อใช้งาน "เก็บของในน้ำ" เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็คือ "นกเป็ดน้ำ" ที่ชาวไร่ชาวนายิงได้
          ในประเทศเยอรมนี พุดเดิ้ล ถูกเรียกว่า "Pudel" หรือ "Pudelin" ซึ่งแปลว่า "กระโดดน้ำ" (สันนิษฐานกันว่าชื่อ Poodle ในภาษาอังกฤษที่เราเรียกกันนั้นก็น่าจะมีรากศัพท์มาจากคำว่า Pudel หรือ Pudelin ส่วนในประเทศฝรั่งเศส พุดเดิ้ลเป็นที่นิยมอย่างสูงมากจนได้การยกย่องให้เป็นสุนัขประจำชาติ ที่นี่...พวกมันมีฉายาว่า "Caniche" ซึ่งมีรากศัพท์มาจาก "chien canard" แปลว่า "สุนัขล่าเป็ด"

ลักษณะรูปร่าง (Poodle)

พุดเดิ้ลจะมีชีวิตราวๆ 12 ปี  พุดเดิ้ลส่วนใหญ่จะมี ขนาดน้ำหนักประมาณ 12-14 กิโลกรัม สูง 28-38 เซ็นติเมตร   มีหลายสีตั้งแต่ ขาว น้ำตาล ช็อคโกแลต ดำ ลักษณะหัวจะกลม กระหม่อมแคบ ตำกลมโต ปากแหลม หูปรกลง ลักษณะขนของพุดเดิ้ลตามธรรมชาติจะสากที่บนผิวด้านนอกมีความดกทั่วตัว และขนเป็นคลื่นหรือลอนหยัก มีพุดเดิ้ลที่มีขนเป็นพุ่มก้อนตามที่รู้จักกันว่าเป็นแบบของพุดเดิ้ล ขนแบบนี้จะเกาะกันเป็นพุ่มก้อน ขนที่เป็นพุ่มดกจะยาวไม่เท่ากันส่วนขนบริเวณแผงคอ, ลำตัว, หัวและหูจะยาวกว่าส่วนอื่นๆ แต่ตรงก้อนที่ฟูพองเป็นพุ่มนั้นขนจะสั้นกว่าส่วนอื่นหางจะตั้งตรง ยกขึ้นสูงและไม่ตกลง
สุนัข พุดเดิ้ล (Poodle)  แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
          1. พุดเดิ้ลทอย (Toy Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 12 นิ้ว หนักประมาณ 6 กิโลกรัม
          2. พุดเดิ้ล มินิเจอร์ (Miniture Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดกลาง สูงประมาณ 11-15 นิ้ว หนักประมาณ 11 กิโลกรัม
          3. พุดเดิ้ล สแตนดาร์ด (Standard Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดใหญ่ สูงประมาณ 18-22 นิ้ว หนักประมาณ 20 กิโลกรัม


การดูแล

          อาหารของน้องหมาพุดเดิ้ลควรเป็นอาหารสำเร็จรูป และควรเลือกอาหารตามอายุของน้องหมาด้วย เนื่องจากน้องหมาในแต่ละวัยมีความต้องการอาหารที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ลูกสุนัข จำเป็นต้องได้รับสารอาหารจำพวกโปรตีนสูงกว่าสุนัขโต ในขณะที่ร่างกายของสุนัขโตจะต้องการอาหารประเภทพลังงานมากกว่าโปรตีน อย่างนี้เป็นต้น และต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดด้วย ในเรื่องภาชนะที่ใส่อาหารต้องหมั่นทำความสะอาดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค มาทำร้ายน้องหมาของท่านได้
       ส่วนในด้านการดูแลความสะอาดของ พุดเดิ้ล จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องหู เพราะ พุดเดิ้ล มีใบหูที่ใหญ่ หนา ห้อยปรกลงมา จึงต้องหมั่นสำรวจดูใบหูบ่อยๆ แล้วใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดให้หมดจด ซึ่งจะดีมากหากจะหยอดน้ำยาเช็ดหูเข้าไปก่อนประมาณ 5 นาทีเพื่อทำให้สิ่งสกปรกอ่อนตัว และง่ายในการเช็ดออกมา แต่ระวังอย่าแหย่สำลีลึกจนเกินไป เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อหูชั้นในได้
        นอกจากนี้ ตาก็เป็นอวัยวะสำคัญที่พบปัญหา พูเดิ้ล ส่วนใหญ่จะมีร่องน้ำตาที่เห็นได้ค่อนข้างชัด ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้คราบน้ำตาหรือสิ่งสกปรกไปหมักหมมได้ง่าย เจ้าของจึงควรคอยเช็ดทำความสะอาดให้ทุกวัน เพราะหากทิ้งไว้นานๆ คราบนั้นจะฝังแน่นอย่างถาวร เช็ดไม่ออก นอกจากนั้น ยังควรหมั่นตรวจดูดวงตาของ สุนัข พูเดิ้ล ด้วยว่ามีฝ้าขาวๆ หรือรอยขีดข่วน รอยแผลบ้างหรือไม่

โรคภัยของน้องหมาพันธุ์พุดเดิ้ล(Poodle)  

1.             โรคเกี่ยวกับตา โรคต้อกระจก น้องหมาพันธุ์นี้มีดวงตาโตกลมเหมือนพันธุ์ชิสุ แต่โอกาสเป็นโรคต้อกระจกได้มากกว่าพันธุ์อื่นๆเจ้าของสามารถสังเกตอาการป่วยของพูเดิ้ลเมื่อป่วยด้วยโรคตา สังเกตได้จากเริ่มตาแดง ตาฝ้า บางครั้งจะมีน้ำตาเอ่อ มีขี้ตามากผิดปกติ ชอบเกาตาหรือไถตากับพื้นหรือฝาผนัง ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดสุด คือ การเดินชนของ เดินขึ้นบันไดลงบันไดไม่ค่อยถนัด หาชามข้าวไม่พบ เป็นต้น ซึ่งหากพบมีอาการเหล่านี้ควรนำมาพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและได้รับการรักษาอย่างตรงจุด
2.             โรคหัวใจ มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หรือความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งอาการของ สุนัข ที่มีปัญหา โรคหัวใจ จะมีอาการซึมเศร้า  น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือกินอาหารได้น้อยลง ท้องกาง ไอแห้งๆ และมักไอเวลากลางคืน มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนแรง หายใจลำบาก เหงือกซีด  เป็นลมหมดสติ ทั้งนี้ สุนัข พุดเดิ้ล ที่เป็นโรคหัวใจ สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ แต่จะต้องดูแลเรื่องการให้ยาอย่างใกล้ชิด ควรงดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้สัตว์เหนื่อย เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น และสิ่งสำคัญคือ ระวังในเรื่องการให้อาหารและน้ำที่มีส่วนผสมของเกลือ ต้องมีปริมาณเกลือต่ำ
      นอกจากโรคดังกล่าวที่กล่าวมาแล้วก็ยังมีโรคอื่นๆอีกที่จะมาทำอันตราย มาคุกคาม น้องหมาของท่าน ดังนั้นเราจึงควรที่จะดูแลเอาใจใส่ โดยการไปหาสัตวแพทย์และฉีดวัคซีนตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์กำหนด เพื่อที่เราจะได้มีน้องหมาน่ารักๆอยู่กับเราไปนานๆ


ขอขอบคุณรูปน้องหมาพุดเดิ้ลจาก     http://nareekan.wordpress.com

น้องหมานู๋มาสด้าคาบเชือก




น้องหมานู๋มาสด้าชอบจริงกับคำว่า"เชือก" เพราะเขารู้ว่าจะได้ออกไปเที่ยว!!

น้องหมาพันธุ์ชิห์สุ


เรื่องหมาๆสำหรับวันนี้
        หมามีหลายสายพันธุ์แล้วแต่ว่าใครจะชอบพันธุ์ไหน ชอบเลี้ยงพันธุ์ไหน แยกได้เป็น 2 พันธุ์ที่นิยมกันคือ พันธุ์เล็ก และพันธุ์ใหญ่ พันธุ์เล็กที่นิยมเลี้ยงกันก็มี ชิสุ, ปอมเมอเรเนียน, พุดเดิ้ล, ปั๊ก, ชิวาวา, เฟรนซ์ บูลด็อก, แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย, ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย, ปักกิ่ง, บีเกิ้ล    เป็นต้น
        พันธุ์ใหญ่ก็ได้แก่ บาเซ็นจิ, อเมริกันพิทบูลเทอร์เรีย, ไทยหลังอาน, บางแก้ว, อัฟกาน ฮาวน์, โดเบอร์แมน พินเชอร์, ดัชชุนด์, ไซบีเรีย ฮัสกี้, เชา เชา, เป็นต้น ซึ่งหมาทั้งพันธุ์เล็กและใหญ่ล้วนแล้วแต่มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันไป การเลี้ยงดู การดูแล ก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นเจ้าของต้องใส่ใจให้มาก ในเมื่อนำเขามาเลี้ยงแล้วก็เหมือนกับว่าเรามีห่วงเพิ่ม ถ้าคิดจะเลี้ยงแล้วก็เลี้ยงให้ดี ถ้าคิดว่าเลี้ยงได้ไม่ดี ไม่มีเวลา ก็อย่าเลี้ยงเลยครับ แต่สำหรับวันนี้เรามาเริ่มกันที่หมาพันธุ์เล็กกันก่อน

พันธุ์ชิห์สุ(Shih Tzu) 

ประวัติ

ประวัติน้องหมาพันธุ์นี้ก็ใช่ย่อย เป็นถึงหมาพระราชวังเชียวนะ ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากชาวทิเบต ซึ่งชาวทิเบตในสมัยนั้นเชื่อกันว่าสิงโตเป็นสัตว์ที่เป็นมงคล เป็นสัตว์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่เอาสิงโตมาเลี้ยงซะเลย คงเป็นเพราะว่าสิงโตตัวคงใหญ่เลยผสมพันธุ์หมาขึ้นมาเลย ให้หน้าตาคล้ายๆสิงโต(Lion Dog) โดยมีชื่อว่าพันธุ์ ชิห์สุ  ดังนั้น ชิห์สุจึงแปลว่าสิงโตนั่นเอง พระทิเบตได้มอบหมาพันธุ์ชิห์สุให้แก่จักรพรรดิจีนเป็นของกำนัล หมาพันธุ์นี้ถือได้ว่าเป็นหมาชั้นสูง ตามประวัติศาสตร์จีน พระนางชูสีไทเฮาได้เลี้ยงหมาพันธุ์ปั๊ก,ปักกิ่งและชิห์สุ ทั้ง 3 สายพันธุ์ โดยทั้ง 3 สายพันธุ์นี้เป็นที่โด่งดังมากในสมัยนั้น และพระนางทรงดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี แต่ก็มีคนลักลอบเอาหมาพันธุ์ชิห์สุออกไปนอกราชวัง หลังจากที่พระนางชูสีไทเฮาได้สิ้นพระชนน์ลง หมาพันธุ์ชิห์สุก็ได้กระจัดกระจายออกมา

ลักษณะรูปร่าง

    ขนาดตัวเล็กๆ ขนยาวๆ ดั้งหัก แข็งแรง มีสง่า หัวเชิด หางโค้งงอมาถึงหลัง มีน้ำหนักประมาณ 4.5-7.5 กิโลกรัม ส่วนสูงประมาณ 25-28 เซนติเมตร ชิห์สุมีอายุอยู่ประมาณ 10-18 ปี ตามปัจจัยต่างๆ เช่นอาหาร และการดูแล
ลักษณะนิสัย
    เป็นหมาที่ร่าเริง ขี้เล่น ขี้ประจบ เป็นมิตร ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบถูกทิ้งอยู่ในบ้าน รักสะอาด ชอบมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของเจ้าของ เจ้าของต้องพาออกไปเดินเล่น ไปวิ่งบ้าง ผมพาไปวิ่งทีไรวิ่งตามเขาไม่ทันซักที วิ่งไวมาก

การดูแล

ต้องอาบน้ำให้บ่อยๆหน่อย เพราะขนเขายาว เขาจะร้อน อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง หรือไม่ก็แต่งตัดขนให้สั้นหน่อย ให้ดูสวยงาม แต่อย่าให้ยาวเกิน เราอาจเห็นขนยาวแล้วเราว่าสวยดีน่ารัก แต่ตัวน้องหมาอ่ะ เขาบอกว่าเขาร้อนมาก ก็ให้ดูเรื่องนี้ด้วย ขนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดความสวยงามของ ชิสุ โดยเฉพาะ ชิสุห์ เป็น สุนัข ขนยาว ที่จะต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีขนเส้นเล็กและพันกันได้ง่าย หากไม่รู้จักวิธีการรักษาขนให้ดี ขนของ ชิสุ จะพันกันและมีโอกาสเป็นโรคผิวหนังได้ง่ายๆ ทั้งนี้ การแปรงขนอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้ผิวหนังและขนสะอาดของ ชิสุ เป็นเงางาม เพราะมีการนวดให้ต่อมน้ำมันที่โคนขนขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นผมได้มากขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพสมบูรณ์ และยังเป็นการช่วยขจัดรังแคและสิ่งสกปรกอื่นออกจากผิวหนังของ ชิสุ ด้วย         
          เรื่องอาหารควรเป็นอาหารเม็ด หรือแท่งมากกว่าอาหารกระป๋อง เพราะหมาพันธุ์นี้หนวดเขายาว ถ้ากินอาหารกระป๋อง หรืออาหารอื่นที่ไม่ใช่อาหารเม็ดหรือแท่ง จะทำให้เลอะ และมีกลิ่นเหม็น ถ้าให้กินก็ควรจะล้างและทำความสะอาดให้เขาเลย ถ้าไม่ล้างหรือล้างไม่สะอาดจะเป็นที่สะสมของเชื้อโรค เป็นอันตรายต่อสุขภาพของน้องหมาของคุณได้

เรื่องโรคของน้องหมาพันธุ์ชิห์สุ

โรคตาแห้ง โรคนี้เป็นโรคที่เหมาะกับน้องหมาพันธุ์ ชิสุห์ เพราะมีดวงตาที่กลมโต ลูกตาเปิดกว้าง ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย และอาจจะเกิดอุบัติเหตุกับดวงตาที่กลมโตของน้องหมาได้ด้วย   อาการของโรคตาแห้ง คือมีน้ำตาน้อย เราก็ต้องดูแลด้วยการหยอดตาอย่างต่อเนื่อง อาจจะนานๆ ครั้ง หรือไม่ก็ตลอดชีวิต การดูแลรักษา เจ้าของควรหมั่นทำความสะอาดตาอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโดยเฉพาะ และเมื่อเห็นความผิดปกติของลูกตาให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะ ถ้าทิ้งไว้นาน อาจทำให้ติดเชื้อ แก้วตาละลาย ถึงขั้นตาบอดได้ ดังนั้นเจ้าของควรใส่ใจในเรื่องนี้ให้สำคัญ
โรคหูน้ำหนวก หูอักเสบ ส่วนใหญ่เป็นการอักเสบของช่องหูภายนอกที่เรียกว่า "otitis externa" เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการของโรคนี้ ได้แก่ มีกลิ่นเหม็น ชอบเกาหู หรือเอาหู (หัว) ไปถูกับวัตถุ ช่องหู หรือใบหูมีสีแดง หรือบวม ในบางตัวอาจมีสิ่งคัดหลั่งออกมาจากช่องหู ฯลฯ สำหรับการป้องกันที่ดีที่สุด ควรตรวจช่องหู ทุกสัปดาห์ ใช้สำลีหรือผ้านิ่มๆเช็ดรูหูส่วนนอก และใบหูเป็นประจำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าพบว่าเจ้าน้องหมาสะบัดหูหรือเกาบ่อยๆ ก็ให้นำไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจจะเป็นโรคนี้ก็ได้

          แต่โรคของน้องหมาพันธุ์นี้ยังมีโรคอื่นๆอีก เช่น โรคนิ่ว โรคไต โรคผิวหนัง หรือไส้เลื่อน วิธีที่ดีที่สุดที่เจ้าของควรที่จะทำคือ ไปพบสัตวแพทย์แล้วทางแพทย์จะกำหนดเวลาฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ตามวงรอบ เราควรไปตามที่สัตวแพทย์นัดทุกครั้ง และอีกอย่างควรที่จะพาน้องหมาไปวิ่งออกกำลังกายบ้าง เพื่อสุขภาพของน้องหมาของคุณเอง